
อาการปวดกล้ามเนื้อเป็นปัญหาสุขภาพที่หลายคนต้องเผชิญ โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศ นักกีฬา หรือผู้ที่ต้องใช้แรงงานเป็นประจำ การเลือกใช้ยาที่ถูกต้องและเหมาะสมกับอาการจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะยาทั้งชนิดทาและชนิดทานต่างก็มีกลไกการรักษาที่แตกต่างกัน
บทความนี้ ภญ.ศกุนตลา แก้วจินดา (เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม 24231) เภสัชกรหญิงผู้เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ประจำ MedCare จะมาให้ความรู้และเจาะลึกว่ายาคลายกล้ามเนื้อยี่ห้อไหนดี และยาคลายเส้นยี่ห้อไหนที่เหมาะสำหรับอาการของคุณ พร้อมเปรียบเทียบข้อดี-ข้อสังเกตแบบละเอียด เพื่อให้คุณเลือกใช้งานได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และตรงจุดมากที่สุด
ปวดแบบไหน? เลือกยาให้ถูกประเภท
การเลือกยาที่เหมาะสมเริ่มต้นจากการวิเคราะห์อาการอย่างถูกต้อง เพราะยาแต่ละประเภทมีจุดประสงค์และการใช้งานที่แตกต่างกัน
ยาทา (ยาคลายเส้น) vs. ยาทานใช้เมื่อไหร่?
ยาทาหรือยาคลายเส้นจะเหมาะสำหรับการรักษาอาการปวดเฉพาะที่ เช่น ปวดคอ ปวดไหล่ หรือปวดหลังเฉียบพลัน ส่วนยาทาน (ยาชนิดรับประทาน) จะมีฤทธิ์กระทำจากภายใน เหมาะสำหรับอาการปวดที่รุนแรงขึ้น หรือมีอาการติดต่อกันหลายพื้นที่
สาเหตุของอาการปวดที่ต้องคำนึงถึง
สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าอาการปวดเกิดจากการออกแรงมากเกินไป การบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย หรือจากความเครียดที่สะสม เพราะแต่ละสาเหตุจะมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน
หากคุณไม่แน่ใจว่าอาการที่เป็นอยู่รุนแรงแค่ไหน ควรเลือกใช้ยาตัวใดดี คุณสามารถอ่านวิธี เช็กอาการปวดกับการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ เบื้องต้นได้ที่นี่ เพื่อประเมินว่าอาการปวดของคุณต้องใช้ยาชนิดใดถึงจะเห็นผลดีที่สุด

ยาคลายกล้ามเนื้อชนิดรับประทาน
เมื่อยาทาไม่เพียงพอ หรืออาการปวดรุนแรงมาก ยาคลายกล้ามเนื้อชนิดรับประทานอาจเป็นทางเลือก แต่ยาเหล่านี้มีข้อควรระวังมากกว่า และต้องใช้ภายใต้การดูแลของเภสัชกรหรือแพทย์
ยาคลายกล้ามเนื้อชนิดรับประทานทำงานอย่างไร?
ยาคลายกล้ามเนื้อชนิดกินทำงานที่ระบบประสาทส่วนกลาง โดยยับยั้งสัญญาณประสาทที่ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ส่งผลให้กล้ามเนื้อคลายตัว และอาการปวดลดลงระยะหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่ายาคลายกล้ามเนื้อออกฤทธิ์นานแค่ไหนและความรุนแรงของอาการในแต่ละบุคคล ดังนั้นยาคลายกล้ามเนื้อยี่ห้อไหนดี จึงต้องพิจารณาจากประสิทธิภาพและผลข้างเคียงด้วย
นอกจากประสิทธิภาพของตัวยาแล้ว การทานยาให้ถูกวิธีก็สำคัญมาก หลายคนสงสัยว่ายาคลายกล้ามเนื้อ กินตอนไหนถึงจะออกฤทธิ์ดีที่สุด และในกรณีที่มีอาการปวดไข้ร่วมด้วยควรเข้าใจเรื่องยาคลายกล้ามเนื้อกินกับพาราได้ไหม การเข้าใจหลักการใช้อย่างถูกต้องจะช่วยให้ยาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากการใช้ยาผิดประเภท
เปรียบเทียบ 3 ยาคลายกล้ามเนื้อ Norgesic vs Mydocalm vs Myonal
1. ยาคลายกล้ามเนื้อยี่ห้อ Norgesic
Norgesic เป็นยาคลายกล้ามเนื้อที่ได้รับความนิยมสูง เพราะประกอบด้วย Orphenadrine และ Paracetamol ให้ฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อและแก้ปวดในยาเดียว มีประสิทธิภาพดีในการรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง โดยเฉพาะอาการปวดหลัง ปวดคอ และอาการปวดจากการบาดเจ็บ
ผลข้างเคียงที่อาจพบจากการใช้ยา Norgesic
ยา Norgesic จริงๆ แล้วมีความปลอดภัยสูงและผลข้างเคียงน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับยาตัวอื่น เพราะมีส่วนผสมของ Paracetamol ที่ปลอดภัยกว่า NSAIDs และไม่ส่งผลกระทบต่อกระเพาะอาหาร การใช้งานระยะสั้นถึงกลางจึงปลอดภัยกว่า อย่างไรก็ตาม การศึกษาข้อมูลผลข้างเคียงยาคลายกล้ามเนื้อในภาพรวมจะช่วยให้คุณสังเกตอาการผิดปกติและใช้งานยาได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ตัวอย่างผลข้างเคียง เช่น
- ง่วงซึม
- อ่อนเพลีย
- คลื่นไส้
- เวียนศีรษะ
- หัวใจเต้นเร็วหรือใจสั่น
- ปากแห้ง
- มองเห็นเบลอ หนังตากระตุก หรือตาพร่ามัว
- ท้องผูก
ผู้ที่ควรระวังการใช้ยา Norgesic
จากการสรุปข้อมูลตามเอกสารของ U.S. Food and Drug Administration หรือ องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) สามารถแบ่งกลุ่มผู้ที่ต้องระวังการใช้ยา Norgesic เป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้
ผู้ที่ห้ามใช้ยา Norgesic โดยเด็ดขาด :
- โรคต้อหิน (Glaucoma): เนื่องจากยา Orphenadrine มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก (Anticholinergic)
- ความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารและปัสสาวะ: เช่น การอุดตันของไพลอรัสหรือดูโอดีนัม (Pyloric or duodenal obstruction), ภาวะกล้ามเนื้อเรียบหลอดอาหารไม่คลายตัว (Achalasia), ต่อมลูกหมากโต (Prostatic hypertrophy) หรือการอุดตันที่คอกระเพาะปัสสาวะ
- โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis)
- ผู้ที่แพ้ยา: ผู้ที่มีประวัติแพ้ Aspirin, Caffeine หรือเคยมีอาการแพ้ส่วนประกอบใด ๆ ในตัวยานี้มาก่อน
ผู้ที่ควรระวังการใช้ยา Norgesic เป็นพิเศษ :
- เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี: ไม่แนะนำให้ใช้
- เด็ก/วัยรุ่นที่มีอาการไข้หวัดหรือสุกใส: ห้ามใช้เพราะเสี่ยงต่อ กลุ่มอาการเรย์ (Reye’s Syndrome) ที่อันตรายถึงชีวิต
- สตรีมีครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไป: เลี่ยงการใช้เพราะอาจทำให้ทารกไตผิดปกติหรือน้ำคร่ำน้อย
- สตรีมีครรภ์ 30 สัปดาห์ขึ้นไป: ห้ามใช้ เพราะส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจของทารก
- ผู้มีโรคประจำตัว: ระวังเป็นพิเศษในกลุ่มโรคแผลในกระเพาะอาหาร และผู้ที่มีความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด
- ผู้สูงอายุ: อาจเกิดอาการสับสน มึนงง หรือประสาทหลอนได้
- ผู้ขับขี่หรือทำงานกับเครื่องจักร: ควรระวังเพราะยาอาจทำให้ง่วงนอน เวียนศีรษะ หรือตามัว
2. ยาคลายกล้ามเนื้อยี่ห้อ Mydocalm (Tolperisone)
Mydocalm มีตัวยาสำคัญคือ Tolperisone Hydrochloride ซึ่งออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนกลาง โดยการยับยั้งช่องโซเดียมและแคลเซียมที่เยื่อหุ้มเซลล์ประสาท ช่วยลดการส่งสัญญาณประสาทที่มากเกินไปไปยังกล้ามเนื้อ ส่งผลให้กล้ามเนื้อคลายตัวและลดอาการเกร็ง มีข้อดีคือผลข้างเคียงง่วงน้อยกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องทำงานในเวลากลางวัน ทั้งนี้ตัวยาไม่มีฤทธิ์ลดปวดโดยตรง จึงอาจต้องใช้ร่วมกับยาแก้ปวดในผู้ป่วยที่มีอาการปวดร่วมด้วย
ผลข้างเคียงของยา Mydocalm (Tolperisone)
- ง่วงซึมน้อยกว่ายาคลายกล้ามเนื้อชนิดอื่น
- อาจเกิดอาการแพ้ เช่น คัน ผื่น หรือผิวหนังแดง
- อาจมีอาการอ่อนแรง เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หรือปวดศีรษะ
- บางรายอาจคลื่นไส้ หรือแน่นท้อง
ผู้ที่ควรระวังในการใช้ยา Mydocalm (Tolperisone)
- ผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (myasthenia gravis)
- เด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี
- ผู้ที่มีภาวะตับหรือไตบกพร่อง
- ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้ยา Tolperisone
3. ยาคลายกล้ามเนื้อยี่ห้อ Myonal (Eperisone)
Myonal มีตัวยาสำคัญคือ Eperisone ซึ่งช่วยคลายกล้ามเนื้อโดยลดการส่งสัญญาณประสาทที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง อีกทั้งยังมีฤทธิ์ช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น จึงช่วยบรรเทาอาการเกร็งและปวดกล้ามเนื้อได้ โดยทั่วไปไม่ทำให้ง่วงซึมมาก
ผลข้างเคียงของยา Myonal (Eperisone)
ข้อมูลจากหน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า อาการไม่พึงประสงค์ที่อาจพบ ได้แก่
- คลื่นไส้ อาเจียน หรือเบื่ออาหาร
- ปวดท้อง ท้องผูก หรือท้องเสีย
- ง่วงนอน หรือมีปัญหาการนอนหลับในบางราย
- ปวดศีรษะ หรือมีอาการชาบริเวณมือและเท้า
- ผื่นหรืออาการคันทางผิวหนัง
- อาจส่งผลต่อการทำงานของตับหรือไต โดยเฉพาะเมื่อใช้ในขนาดสูง
ผู้ที่ควรระวังการใช้ยา Myonal (Eperisone)
- ผู้ที่มีโรคตับหรือโรคไต
- ผู้ที่ต้องใช้ยาในขนาดสูงหรือใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
- ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้ยาในกลุ่มนี้
- ผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติหลังเริ่มยา ควรหยุดยาและพบแพทย์
- ควรใช้ยาตามขนาดที่แนะนำ ไม่ควรเพิ่มขนาดยาเอง
การเลือกใช้ยาแต่ละชนิดต้องพิจารณาอาการ ความรุนแรง และกิจกรรมประจำวัน ไม่ควรใช้ยาเหล่านี้ต่อเนื่องนานเกิน 2-3 สัปดาห์ โดยไม่ปรึกษาเภสัชกร
ภาพรวมความเสี่ยงของยาคลายกล้ามเนื้อ Norgesic Mydocalm และ Myonal
ยาคลายกล้ามเนื้อทั้ง 3 ชนิดมีระดับความปลอดภัยใกล้เคียงกันเมื่อใช้ตามข้อบ่งใช้และขนาดที่เหมาะสม ความแตกต่างหลักอยู่ที่ ลักษณะผลข้างเคียงและข้อควรระวังเฉพาะรายบุคคล ดังนี้
- Norgesic เหมาะกับผู้ที่ต้องการยาที่ช่วยทั้งคลายกล้ามเนื้อและบรรเทาอาการปวดในตัวเดียว
- Mydocalm (Tolperisone) ควรใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ที่มีประวัติแพ้ยา หรือเคยมีอาการไม่พึงประสงค์จากยา
- Myonal (Eperisone) ควรระวังการใช้ร่วมกับยาหรือสารที่มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง
การเลือกใช้ยาควรพิจารณาจากอาการ โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ร่วมกันเป็นสำคัญ

เจาะลึกยาใช้ภายนอกบรรเทาปวดเฉพาะที่
ยาทาหรือยาคลายเส้นเป็นตัวเลือกแรกที่หลายคนนิยมใช้ เพราะปลอดภัยกว่าและมีผลข้างเคียงน้อยกว่ายาทาน การเลือกใช้ยาทาแต่ละชนิดต้องเข้าใจกลไกการทำงานด้วย
กลไกการออกฤทธิ์
ยาทาแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือ Counter-irritant ที่สร้างความรู้สึกร้อนหรือเย็นเพื่อเบี่ยงเบนความรู้สึกปวด เช่น Menthol หรือ Counterpain กลุ่มที่สองคือ NSAIDs ที่ลดการอักเสบโดยตรง เช่น Voltaren หรือ Fastum Gel
สูตรร้อน และสูตรเย็นควรใช้เมื่อไหร่?
สูตรเย็นเหมาะสำหรับการบาดเจ็บเฉียบพลัน ภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก ส่วนสูตรร้อนเหมาะสำหรับอาการปวดเรื้อรังยาคลายเส้นยี่ห้อไหนดีขึ้นอยู่กับความต้องการ หากต้องการความเย็น Mentholatum จะดี หากต้องการความอบอุ่น Counterpain จะเหมาะสม
เปรียบเทียบ 6 ยาทาแก้ปวดกล้ามเนื้อยอดนิยม
- Voltaren Gel – ฤทธิ์ต้านอักเสบดีเยี่ยม เหมาะสำหรับอาการปวดที่มีการอักเสบ
- Fastum Gel – ซึมซาบได้ดี ไม่เหนียวเหนอะหนะ
- Counterpain – ให้ความรู้สึกร้อนสบาย เหมาะสำหรับอาการปวดเรื้อรัง
- Mentholatum – ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่น เหมาะสำหรับการบาดเจ็บใหม่
- Salonpas – มีทั้งแบบแปะและแบบทา ใช้งานสะดวก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
กินยาคลายกล้ามเนื้อร่วมกับยาแก้ปวด (NSAIDs) ได้ไหม?
โดยทั่วไปสามารถใช้ร่วมกันได้ แต่ต้องระวังเรื่องผลข้างเคียงที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอาการง่วงและผลกระทบต่อกระเพาะอาหาร ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยาร่วมกัน
ใครบ้างที่ไม่ควรใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ?
- ผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคตับ โรคไต หญิงตั้งครรภ์ และให้นมบุตร ไม่ควรใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
- ผู้ที่ขับขี่ยานพาหนะเป็นประจำ หรือทำงานที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาเหล่านี้ในช่วงเวลาทำงาน
สรุปบทความ
การเลือกยาคลายกล้ามเนื้อยี่ห้อไหนดี และยาคลายเส้นยี่ห้อไหนดีต้องพิจารณาหลายปัจจัย ได้แก่ ความรุนแรงของอาการ ลักษณะของการบาดเจ็บ และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
สำหรับอาการเบา ๆ ยาทาอาจเพียงพอ แต่หากอาการรุนแรง ยาชนิดรับประทานอย่างยา Norgesic อาจจำเป็น ทั้งนี้ การปรึกษาเภสัชกรจะช่วยให้คุณเลือกยาได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยหากคุณต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับยาคลายกล้ามเนื้อ สามารถปรึกษาเภสัชกรมืออาชีพผ่าน Line Mini App ซึ่งเป็นบริการของ MedCare ร้านยาออนไลน์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง สามารถสั่งยาออนไลน์ และรอรับยาได้ในเวลาอันรวดเร็วเพื่อความสะดวกและปลอดภัยสูงสุดของผู้ใช้บริการ

